กฤติเดช ฉายจรุง ()

.
กฤติเดช ฉายจรุง

กฤติเดช ฉายจรุง

สถาปนิกผู้วางกลยุทธ์ (Strategic Technologist & Digital Solution Architect)

กฤติเดช ฉายจรุง

กฤติเดช ฉายจรุง

ปรับปรุงล่าสุด 3 ก.ย. 2569, 23:03   185 ครั้ง

กฤติเดช ฉายจรุง 

ชื่อเดิม: วรพจน์ ฉายจรุง

Strategic System Analysis and Solution Architect 

ประสบการณ์การดำเนินงานมากกว่า 5 ปี ในบทบาท นักวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ มีทักษะในการประเมินผลกระทบอย่างครอบคลุมและพัฒนากลยุทธ์การจัดการการเปลี่ยนแปลงที่นำไปปฏิบัติได้จริง ซึ่งช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและเพิ่มผลลัพธ์ของโครงการให้สูงสุด

หน้าที่ความรับผิดชอบ:

อำนวยความสะดวกในกระบวนการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กร

วิเคราะห์ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงและพัฒนากลยุทธ์เพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

ดำเนินการวิเคราะห์ช่องว่างเพื่อประเมินสถานะปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการและกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลง

ประสานงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและข้อเสนอแนะ ส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันและความโปร่งใสตลอดกระบวนการเปลี่ยนแปลง

ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงและปรับกลยุทธ์ตามความจำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าได้ผลลัพธ์ที่ประสบความสำเร็จ

จัดอบรมเพื่อเสริมสร้างทักษะและความรู้ที่จำเป็นให้แก่ทีมงาน เพื่อให้การปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงประสบความสำเร็จ

พัฒนาและนำการประเมินผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงไปใช้ ซึ่งช่วยลดความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลง

 

Operations, Process & Data-Oriented Professional

มีประสบการณ์ในการศึกษาความต้องการและกระบวนการทำงานจากหน้างานจริง และนำมาจัดโครงสร้างข้อมูล กระบวนการ และระบบสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานให้มีความถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้

มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับการจัดการวัสดุ อุปกรณ์ และทรัพยากร ตั้งแต่การวางแผนความต้องการ การขอจัดหา การรับเข้า การจัดเก็บ การเบิกจ่าย การตัด Stock และการติดตามการใช้งาน รวมถึงการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการและข้อมูลในแต่ละขั้นตอน

มีจุดแข็งด้าน Systemic Thinking, Process Understanding และ Data Analysis สามารถเรียนรู้กระบวนการทำงานใหม่ได้รวดเร็ว เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงาน และใช้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบ ติดตาม และค้นหาสาเหตุของความคลาดเคลื่อน

พร้อมเรียนรู้มาตรฐานและระบบการทำงานขององค์กร และนำประสบการณ์ด้าน Process, Data และ Operations มาสนับสนุนงานคลังสินค้า การควบคุมวัสดุ และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 

ผลงาน:

1. การปฏิรูปดิจิทัลในสถาบันการศึกษา (Digital Transformation)

  • ระบบลงทะเบียนออนไลน์ยุคแรก: เมื่อ 20 ปีก่อน ได้ออกแบบและพัฒนาระบบลงทะเบียนเรียนออนไลน์ให้กับ มทร.อีสาน วิทยาเขตกาฬสินธุ์ เพื่อแก้ปัญหาการใช้กระดาษที่มีอัตราความผิดพลาดสูงถึง 60%
  • การลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ: ผลงานนี้ช่วยลดงบประมาณค่าล่วงเวลาได้กว่า 240,000 บาทต่อภาคเรียน และเป็นกลุ่มแรกๆ ที่วางรากฐานการเชื่อมต่อระบบชำระเงินร่วมกับธนาคารชั้นนำอย่าง ธ.กรุงไทย และ ธ.กรุงศรี
  • ระบบจัดการงานวิจัยและหอพัก: พัฒนา Enterprise Platform สำหรับจัดการประชุมวิชาการและงานวิจัยที่ใช้งานต่อเนื่องกว่า 6 ปี โดยสร้าง ROI ได้สูงถึง 360%

2. การสร้างรายได้และกลยุทธ์ในช่วงวิกฤต (Strategic Revenue Generation)

  • เครื่องยนต์หาลูกค้าใหม่ (Student Acquisition Engine): ในช่วงวิกฤต COVID-19 ได้ปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มวิชาการให้เป็น Agile CRM และเครื่องมือ Lead Gen สร้างรายได้รวมกว่า 36 ล้านบาท (ROI 3,700%) โดยเน้นการกรองกลุ่มเป้าหมายคุณภาพสูงแทนปริมาณ
  • Digital Marketing End-to-End: ออกแบบโครงสร้าง Digital Open House ที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนใจมาสมัครเรียน (Conversion) ได้มากกว่า 300 ราย โดยมีมูลค่าตลอดช่วงเวลาการเรียน (LTV) สูงถึง 100,000 บาทต่อคน

3. สถาปัตยกรรมระบบขั้นสูงและ AI (AI & System Architecture)

  • B2B Global Booking Engine: ออกแบบระบบจองระดับโลกที่รองรับโครงสร้างราคาสลับซับซ้อน (Multi-tier Pricing) และระบบป้องกันการทุจริต (Fraud Prevention) โดยใช้การตรวจสอบความผิดปกติของข้อมูล (Anomaly Detection)
  • Generative AI Ecosystem: พัฒนาระบบ AI-Assisted Content Optimization ที่ช่วยลดต้นทุนค่าโฆษณาได้ถึง 60-90% โดยใช้ AI ช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าและสร้างคอนเทนต์ที่ตอบโจทย์วัฒนธรรม (Culture Experience)
  • ความปลอดภัยของข้อมูล: มีประสบการณ์ตรงในการสร้างสถาปัตยกรรมเพื่อหยุดยั้งการโจมตีทางไซเบอร์แบบ Hybrid AI Attack และการวางระบบให้สอดคล้องกับมาตรฐาน PDPA

4. การบริหารการเปลี่ยนแปลงและบุคลากร (Human-Centric Change Management)

  • การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร: ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนการทำงานจากระบบอนาล็อก (Manual SOP) เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดภาระงานรูทีนของพนักงาน และเปิดโอกาสให้ทีมงานได้ Upskilling ไปสู่ทักษะเชิงกลยุทธ์แทน
  • การสร้างมาตรฐานการทำงาน: เชี่ยวชาญการจัดทำเอกสารขั้นตอนการปฏิบัติงาน (SOP) และการใช้เทคนิค Requirements Traceability Matrix (RTM) เพื่อให้มั่นใจว่าระบบที่พัฒนาขึ้นตอบโจทย์ธุรกิจได้ 100%

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง:
สถาปนิกผู้วางกลยุทธ์ (Strategic Technologist & Digital Solution Architect)